713/20/03
posted on 28 Jun 2010 17:19 by momomambo in lonelydiaryตื่นเต้น
ตื่นเต้นจนกอดกระเป๋าไว้แน่น
ไม่เคยรู้นะว่าการไปที่ที่ไม่เคยไปด้วยตัวคนเดียวนี่
...มันจะตื่นเต้นขนาดนี้
สงสัยเป็นเพราะไม่เคยไปไหนด้วยล่ะมั้ง
ปกติก็นั่งอ่านหนังสืออยู่บ้าน
อย่างเก่งก็ไปห้องสมุด ไปร้านหนังสือในเมือง
ตื่นเต้น
นั่งดูตั๋วเป็นครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้แล้ว
กังวลไปหมด
กลัวจะทำตั๋วหาย
กลัวจะซื้อผิดเที่ยว
กลัวจะขึ้นผิดขบวน
กลัวจะตกรถไฟ
ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้คงไปพร้อมคนอื่นพรุ่งนี้แล้วล่ะ
แต่ตอนที่วางแผนนี่ก็คิดว่าอยากลองไปด้วยตัวเองบ้าง
เป็นไงล่ะสมใจอยากเชียว
ข้านั่งมอง มองคนอื่นๆที่รออยู่ที่ชานชาลา
ดูทุกคนก็นั่งรอเหมือนรอรถทั่วๆไป
จะมีคนทำฟอร์มเหมือนข้ากันบ้างไหมนะ
พยายามทำตัวเหมือนกับเดินทางจนช่ำชอง
แต่จริงๆนี่น่ะคือการเดินทางครั้งแรกเลยล่ะ
ข้าได้ยิน ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังมาแต่ไกล
แต่ละคนเริ่มขยับตัว หยิบสัมภาระ
ข้าจ้องมองเลขของตู้โดยสารขณะที่รถไฟวิ่งผ่าน
เลขสี่ที่ต้องขึ้นมาหยุดตรงหน้าพอดี
ให้กำลังใจตัวเองว่าเป็นลางดีแล้วกัน
ตอนที่ทิ้งตัวลงเบาะนั่ง ข้าก็เห็นความสับสน
บางคนสัมภาระใบใหญ่เคลื่อนไหวยาก ขวางทางเดินคนอื่น
บางคนที่นั่งอยู่หน้าแต่ไปขึ้นมาจากประตูหลัง
มีหลายครั้งที่สองคนเผชิญหน้ากัน
ต่างฝ่ายต่างจะเดินหน้า
แต่ทางมันแคบนิดเดียว เดินสวนกันก็ไม่ได้
แปลกนะสถานการณ์มันเห็นๆกันอยู่
แต่กลับต้องใช้เวลานานกว่าจะนึกกันได้ว่าควรจะมีสักคนที่หลบให้
หลบเข้าเบาะนั่งที่ยังไม่มีคน
หรือเวลาที่ใช้นานคือตกลงว่าใครจะเป็นคนหลบ
ข้าไม่รู้ ไม่สนใจที่จะรู้
ตอนที่ส่งตั๋วให้นายตรวจข้ารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นโครมคราม
กังวลว่าจะมีอะไรผิดพลาด
แต่ตอนที่นายตรวจส่งยิ้มพร้อมกับคืนตั๋วให้
ก็เหมือนน้ำหนักที่แบกอยู่มันถูกยกออกไปหลายอัน
เป็นอันว่าขึ้นรถได้แล้ว อันที่จริงมันก็ไม่ยากนี่นา
รถไฟเคลื่อนตัวออกช้าๆ
ข้าล้วงลงไปในกระเป๋า หยิบเอาหนังสือเล่มใหญ่ไว้บนตัก
ตั้งใจจะฆ่าเวลาแปดชั่วโมงสักหน่อย
แต่รู้สึกจะมีอะไรให้ดูแยะอยู่
ข้ามองเห็น เห็นผู้คนที่นำสิ่งที่แตกต่างกันขึ้นมาบนขบวนรถด้วย
บางคนนำความสุขขึ้นมา
...ความสุขที่จะได้กลับบ้าน
บางคนนำความหวังขึ้นมา
...ความหวังว่างานใหม่จะทำให้เลี้ยงตัวได้
บางคนนำความเหงาขึ้นมา
...ความเหงาที่ต้องจากกับคนที่รัก
บางคนนำความเศร้าขึ้นมา
...ความเศร้าที่อยากจะไปเททิ้งเสียให้ไกลๆ
ข้ามองไกลออกไป ออกไปนอกหน้าต่าง
เห็นทิวทัศน์เริ่มเปลี่ยนไป
จากเมืองที่คุ้นเคย(มั้ง) เริ่มแปลกไป
ตึกที่หนาแน่นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นทุ่งนาเขียวชอุ่ม
ควายสามสี่ตัวหันมามองรถไฟแบบหน่ายๆ
สงสัยมันจะรำคาญเสียงดัง
ยิ่งเวลาผ่านไปทิวทัศน์ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
เปลี่ยนไปจนชนิดที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้งหมดนี่วางอยู่ผืนดินเดียวกัน
ข้ากำลังมอง มองดูชีวิตที่เคลื่อนไหวไปในขบวนรถ
ในขณะที่รถไฟกำลังวิ่งบนราง ชีวิตของคนบนรถก็วิ่งไปตามรถไฟ
ยังคงหายใจ ยังคงต้องการ ยังคงโหยหาบางสิ่งบางอย่าง
ยังคงดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
บางที บางทีนะ
รถไฟอาจจะไม่ได้แค่ขนส่งผู้โดยสาร
แต่ขนถ่ายความรู้สึก ความหวัง ความฝันจำนวนมากมายไปยังที่ต่างๆ
หรือบางทีกับใครบางคนก็อาจจะได้รับมอบความรู้สึกบางอย่าง
กับใครบางคนอย่างข้า
ข้าก้มมองนาฬิกา อีกเจ็ดชั่วโมงก่อนจะถึงที่หมาย
สงสัยจะได้เวลาอ่านหนังสือแล้วล่ะ