เดินทางไกล

posted on 23 Sep 2012 13:43 by momomambo in storiesof2
ของน่ะเตรียมเสร็จยัง
 
เสร็จแล้วล่ะ (ตบกระเป๋าใบโต)
 
(เห็นหน้าไม่ค่อยจะดี) เป็นอะไรหรือเปล่า
 
ไม่อยากไปแล้วอ่ะ
 
อ้าว.. (คิดแปปนึง) ก็ก่อนหน้านี้อยากจะ "ไป" ไม่ใช่หรอกเหรอ
 
นั่นสิ (เท้าคาง) ตอนไม่ได้ก็พยาย้ามพยายามจะไปให้ได้ ตอนนี้ไปได้แล้วกลับรู้สึกว่าไม่อยากไปแล้ว..
 
(ยิ้ม) คนเราก็เป็นแบบนี้กันทุกคนล่ะ ตอนที่ "ไม่มี" หรือ "ไม่เป็น" แต่ละคนก็จินตนาการไปแต่ทางที่ตัวเองเพ้อฝัน ลืมมองไปว่าไม่ว่าเหรียญอันไหนก็มีสองด้าน ด้านหนึ่งอาจจะชอบใจ แต่อีกด้านอาจจะไม่ ถึงแบบนั้นจะตัดเอาด้านที่ไม่ถูกใจออกไปก็ไม่ได้หรอกนะ
 
ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ข้าอาจจะไม่คิดอยากแล้วก็ได้นะ... (หันมอง) ไม่ไปได้มั้ยอ่ะ
 
ก้าวแรกมันก็ยากแบบนี้ล่ะ
 
แล้วก้าวต่อไปอ่ะ..
 
เดี๋ยวก็ชินไปเอง (อมยิ้ม) เอาน่ะ ไม่มีอะไรที่ ได้ มาโดยไม่ต้องจ่ายหรอกนะ ของที่ได้มายากย่อมมีค่า.. อย่างน้อยก็สำหรับตัวเจ้าเอง ไม่ใช่หรอกเหรอ 
 
แล้วมันจะคุ้มกับความเหงา ความกลัว ความกังวลที่ข้าต้องไปเจอมั้ยอ่ะ
 
จ่ายแพงก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ของดีนี่นา แต่ถ้าไม่จ่ายก็จะไม่ได้อะไรเลย.. เรื่องของวันข้างหน้าไม่มีใครตอบได้หรอกนะ แต่เมื่อถึงตอนนั้นจะกลับมาแก้ไขก็ไม่ได้เหมือนกัน
 
หมายความว่า..
 
ว่าต้องไปแล้วน่ะสิ (มองนาฬิกา) เดี๋ยวจะตกรถนะ
 
คิดถึงเจ้าอ่ะ.. เคยเห็นหน้ากันทุกวัน จะไม่ได้เห็นแล้ว..
 
ก็แค่ ช่วงหนึ่ง.. เจ้าไม่ได้ไปชั่วชีวิตเสียหน่อย เมื่อถึงเวลาก็ได้เจอกันแล้ว
 
นี่ๆๆๆ ถ้าข้าฝันถึงเจ้า เจ้าจะฝันถึงข้ามั้ย
 
หืม..ม (เลิกคิ้ว..)
 
ข้าจะฝันถึงทุกคืนเลยนะ (ยกนิ้วก้อย) สัญญา..
 
ไม่ว่ายังไงข้าก็จะรอน่า.. นานแค่ไหนก็จะรอ (เกี่ยวก้อย) สัญญา..
 
 

โมจิสีชมพูกับสีเขียว

posted on 07 Apr 2012 12:04 by momomambo in storiesof2
เจ้าเชื่อเรื่องโชคชะตามั้ย
 
ทำไมอยู่ดีๆถึงถามขึ้นมาล่ะ
 
ก็ข้าอยากรู้นี่นา (หยิบโมจิในกล่องมาสองชิ้น สีชมพูในมือขวา สีเขียวในมือซ้าย) ว่าลูกที่ข้ากำลังจะเลือกเป็นเพราะข้าเลือกเองหรือเพราะโชคชะตากำหนดให้ข้าเลือก สีชมพู..หรือ..สีเขียว
 
(เลิกคิ้ว) อ้อ...
 
มันน่าหงุดหงิดออกถ้าลูกที่ข้าจะกินไม่ได้เป็นเพราะข้าเลือกที่จะกินอ่ะ ก็ข้าเป็นคนกินนี่นา
 
แล้วถ้าข้าบอกเจ้าว่ามันเป็นแบบนั้นล่ะ
 
เอ๋...
 
(ยิ้ม) ถ้าข้าบอกเจ้าว่ามันเป็นเพราะโชคชะตาที่ทำให้เจ้าเดินผ่านร้านขนมแล้วนึกอยากกินโมจิ เป็นเพราะโชคชะตาที่ทำให้เหลือสองลูกสุดท้ายเป็นสีชมพูและสีเขียวแทนที่จะเป็นสีเดียวกันหรือสีอื่นๆ เป็นเพราะโชคชะตาอีกเหมือนกันที่ทำให้เหลือแค่สองลูกขณะที่เรามีสองคน ซึ่งหมายความว่าเราสองคนจะไม่ได้กินทั้งสองลูก ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆเจ้าจะทำยังไง
 
ก็โมโหน่ะสิ ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้พวกเราหุ่นยนต์ให้รู้แล้วรู้รอดไม่ดีกว่าเหรอ ความรู้สึกดีชั่ว ความเสียใจ ดีใจ คำชื่นชม คำตำหนิ ของพวกนั้นจะมีความหมายอะไรถ้าเราไม่ได้ "เลือกที่จะทำ" อ่ะ
 
ก็ไม่รู้สิ เราก็ไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้วเรามีสิทธิ์เลือกได้แค่ไหน ที่ผ่านมาเราอาจจะเป็นได้แค่นักแสดงบนเวทีที่ต้องเล่นตามบทประพันธ์โดยไม่รู้ตัว หรืออาจจะเป็นคนจรที่ได้พบทางแยกมากมายตลอดเส้นทาง แต่ก็อย่างว่า "เราไม่รู้" 
 
แล้วจะทำยังไงดีอ่ะ.. แย่จัง
 
งั้น..ข้าจะทำให้มันง่ายขึ้นแล้วกัน (เอื้อมหยิบลูกชมพูในมือขวาไปกินเฉย)
 
เจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง
 
ข้าว่าในขณะที่เรายังไม่รู้บางทีมันก็อาจจะไม่สำคัญก็ได้นะ ว่าสิ่งที่เราได้มามันเป็นเพราะเราเลือกหรือโชคชะตาเลือกให้ ช่วงเวลาของการเลือกเป็นแค่เวลาสั้นๆเทียบกับเวลาที่ตามมาจากผลของการเลือก บางทีปริศนาของการเลือกอาจจะเป็นเพราะอยากให้เราใส่ใจและเรียนรู้ผลลัพธ์จากการเลือกมากกว่าก็ได้ เอ้าๆๆ เหลือลูกเดียวแล้วกินๆซะ
 
(มองลูกสีเขียวลูกเดียวในมือ) บางที...เราอาจจะมีทางเลือกเสมอ
 
อ้อ...งั้นเหรอ (ยิ้ม)
 
(กำโมจิพอแหลก แล้วยื่นออกไปข้างๆ) เฉาก๊วยมามะ เมี้ยวๆๆ
 
(หัวเราะ) ไม่คิดหรือว่าการที่เจ้าเลือกที่จะไม่เลือกก็เป็นเพราะโชคชะตาน่ะ
 
ไม่รู้สิ แต่ข้าว่าโชคชะตาคงคิดไม่ถึงหรอกว่าข้าจะทิ้งมันทั้งที่มีสิทธิ์กินมันน่ะ
 
เจ้าไม่รู้หรอก.. แต่จะเชื่อแบบนั้นก็ไม่เสียหายนีนา..นะ (ฮัมเพลงเบาๆ)
 
 

อีกหนึ่งปี

posted on 20 Mar 2012 21:15 by momomambo in storiesof2
นี่ๆๆๆ... ว่ามั้ย เวลามันผ่านไปไวเนอะ
 
(หันมอง) แล้วใครกันนะชอบบ่นว่าเมื่อไรจะหมดชั่วโมงเรียนสักที
 
เจ้าอ่ะ.. ข้ากำลังจะจริงจังแล้วนะ
 
อ้อ..เหรอ งั้นก็ว่ามาสิ
 
กำลังจะบอกว่า ผ่านไปอีกปีแล้วนะ อีกปีที่เรารู้จักกัน อีกปีที่อยู่ด้วยกัน ทั้งที่ผ่านไปตั้งปีแต่ก็รู้สึกเหมือนกับเรื่องมากมายที่เกิดขึ้นเพิ่งผ่านไปไม่นาน ..ขอบคุณใครบางคนที่ทำให้มันไม่ค่อยจะซึ้งแล้วล่ะ.. (งอน)
 
เป็นความผิดของข้าแล้วสิ
 
ใช่ ของเจ้าคนเดียวเลย เนอะเฉาก๊วยเนอะ (มีเสียงเมี๊ยวรับมาจากใต้เก้าอี้)
 
จะว่าไปก็เป็นปีที่ยุ่งยากแล้วก็ไม่น่าจดจำอีกปีเหมือนกันนะ
 
ข้าก็เห็นเจ้าว่าแบบนี้ทุกปี
 
ก็ไม่ว่าปีไหนก็ยุ่งยากเหมือนกันนี่นา มีเรื่องดี เรื่องร้าย เรื่องสมหวัง เรื่องผิดหวัง เรื่องที่ทำให้ดีใจจนตัวลอย เรื่องที่ทำให้หดหู่อยู่หลายวัน เรื่องสุขใจเสียจนอยากจะกอดรัดรั้งไว้ไม่ให้ผ่านไป เรื่องทุกข์ใจเสียจนนึกอยากจะตายเสียให้พ้นๆ ...แต่ก็นะ จะเรื่องราวแบบไหนสุดท้ายก็ผ่านไปอยู่ดี
 
แล้ว..
 
(ยิ้ม) เรื่องราวมากมาย ผ่านมาเพื่อผ่านไป ผ่านไปเพื่อให้เรื่องใหม่ผ่านเข้ามา แล้วก็วนเวียนแบบนี้ไปไม่รู้จบ การผ่านเรื่องร้ายๆเรื่องหนึ่งมาอาจจะหมายถึงการรอคอยเรื่องร้ายใหม่ที่จะผ่านเข้ามาก็ได้ บางทีข้าก็คิดว่ามันเหมือนคำสาปเหมือนกันนะ
 
แต่มันก็อาจจะเป็นเรื่องสนุกก็ได้นี่นา
 
ก็แค่อาจ
 
ไม่เห็นเป็นไรนี่
 
(เลิกคิ้ว) งั้นหรอกเหรอ
 
ข้าก็ไม่ได้ชอบเรื่องร้ายนะ แต่ถ้าการเสี่ยงนั่นทำให้มีพรุ่งนี้ มีวันต่อไป มีอีกปีที่ยุ่งยากและไม่น่าจดจำ แต่ก็เป็นอีก "หนึ่งปี" ที่จะได้อยู่กับคนที่เราชอบ คนที่เรารักและคิดถึง มันก็เป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่าไม่ใช่เหรอ 
 
คิดแบบนั้นเหรอ (ยิ้ม)
 
ก็แบบนั้นแหละ นี่ๆๆ ไหนๆแล้วทำขนมอร่อยๆกินกันดีกว่า
 
แปลว่าข้าทำสินะ
 
ก็แหม.. ข้าก็ช่วยหยิบนู่นหยิบนี่ได้นา..
 
ก็ได้ ว่าแต่..
 
แต่อะไรอีกอ่ะ
 
ขนมนี่สำหรับหนึ่งปีที่เพิ่งผ่านไป หรือ หนึ่งปีที่จะมาถึงล่ะ (อมยิ้ม)
 
อึม...ม (กำลังคิด...)
 
(หัวเราะคิกคัก)

คนอื่น

posted on 28 Aug 2011 20:23 by momomambo in storiesof2
(นั่งหน้าตูบอยู่เชิงบันได)
 
(หันไปมอง) เป็นอะไรของเจ้าน่ะ
 
กำลังอารมณ์ไม่ดี
 
(หัวเราะ) อารมณ์ไม่ดีเหรอ นานๆจะเห็นเป็นแบบนี้นะ (มานั่งข้างๆ)
 
ก็วันนี้น่ะ ถูกครูถามโน่นถามนี่ข้าก็ตอบไปอย่างที่คิด อย่างที่รู้สึก แต่เหมือนว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจว่าข้ารู้สึกอะไร แล้วก็ไม่ยอมฟังคำอธิบายด้วย แต่กลับด่วนสรุปไปเฉยเลยว่า ข้าน่ะเห็นแก่ตัว แล้วก็ไม่ตั้งใจจริง
 
(เลิกคิ้ว) อ้อ...เหรอ
 
อืม..มม
 
อืม... คิดว่าคนในเมืองนี้มีกี่คน
 
ไม่รู้สิ ไม่เคยนับนี่นา
 
เดาก็ได้
 
พัน..ไม่สิ สองพัน หรือสามพันนะ (ทำท่าคิด) หวา... ไม่รู้อ่ะ
 
งั้นคนในดินแดนนี้ล่ะ หรือไม่ก็ แผ่นดินนี้ทั้งผืน..นน (ยิ้ม)
 
หูย เยอะแบบนั้นไม่รู้หรอก... นี่แล้วจะมาสำรวจประชากรกับข้าทำไม
 
ก็.. คนเยอะแยะแบบนั้น คงไม่ใช่ทั้งหมดใช่มั้ยที่เราประทับใจ หรือ ประทับใจเรา หรือสามารถจะเข้าใจกันได้ ไม่ใช่ทั้งหมดที่เราจะมีโอกาสได้พูดคุย คนสองคนอาจเกิดและตายจากโดยไม่เห็นหน้ากันด้วยซ้ำ..จริงมั้ย
 
แล้ว...
 
(ยิ้ม) ในเมื่อเป็นแบบนั้นแล้วจะใส่ใจทำไม สิ่งที่เจ้าควรใส่ใจคือความรู้สึกของคนที่เราผูกพันธ์ ไม่ใช่คนอื่นที่ผ่านมาและจากไป มัวใส่ใจคนพวกนั้นแล้วเราจะมีความสุขได้ยังไง
 
แต่ข้าไม่ได้เห็นแก่ตัว แล้วถึงจะทำอะไรออกมาแย่บ่อยๆแต่ข้าก็ตั้งใจมากเหมือนกันนะ
 
(หัวเราะ) ตัวข้าเข้าใจ ตัวเจ้าก็รู้แก่ใจ แค่นั้นก็พอแล้วนี่นา
 
อ่า...าา
 
(กระเถิบเข้ามาอีกนิด) ว่าไง
 
ถึงยังไงก็ไม่อยากดูไม่ดีในสายตาคนอื่น แต่นั่นสินะ หากคนอื่นทั้งแผ่นดินมองข้าว่าดีแต่เจ้าว่าแย่ ข้าคงรับไม่ได้ยิ่งกว่า
 
ถ้าอย่างนั้นก็เลิกทำหน้าตูบได้แล้ว เห็นแล้วมันเสียทัศนียภาพ
 
เจ้าอ่ะ... (งอน)
 
(ร้องเพลงเบาๆ)

เรือกล้วย

posted on 03 Jul 2011 06:51 by momomambo in storiesof2
ดูนั่นๆๆๆๆ (ชี้ไปทางแม่น้ำ) มาแล้วเยอะแยะเลย
 
(มองไปแบบเบื่อๆ)
 
อยู่ไหนนะ เรือที่ข้าไปทำกับคนอื่นๆเมื่อวาน เจ้าอ่ะ ไม่ยอมไปข้าเลยทำเผื่อไว้ด้วย นั่นไง เรือที่มีหยวกสองอันผูกติดกันน่ะเห็นมั้ย.... ว้าว... เต็มแม่น้ำแบบนี้น่าดูจังเลยเนอะ
 
น่าสมเพชสิไม่ว่า
 
โห... เจ้านี่่...ร้องเพลงประจำแต่ไม่มีอารมณ์สุนทรีย์เลยหรือไง เรือเยอะแยะล่องไปตามแม่น้ำด้วยกันน่าดูออก
 
ล่องไปตามแม่น้ำ ทำไมล่ะ
 
เอ๋...
 
ล่องไปเพราะแม่น้ำพาไป หรือ ล่องไปเพราะตามลำอื่นๆไป ซึ่งต่างคนต่างก็ไม่รู้ว่าจะไปทำไม
 
(มองตาปริบๆ..งง)
 
ลอยไปเพราะว่ากระแสรอบตัวพัดพาไป เดินไปข้างหน้าเพราะว่าคนอื่นๆเดินไปข้างหน้า ฝืนใจก้าวออกไปเพราะไม่อยากรั้งท้ายอยู่ด้านหลัง สุดท้ายแล้วก็มีชีวิตตามสิ่งแวดล้อมด้านนอกโดยลิมสิ่งที่อยู่ในใจ ชีวิตแบบนั้นไม่เรียกว่าน่าสมเพชแล้วจะให้เรียกว่าอะไร (ฮัมเพลงเบาๆ เรือหยวกผูกติดกันก็ค่อยลอยมาเกยฝั่งตรงหน้า)
 
(หยิบเรือขึ้นมาแล้วแอบมองอีกฝ่าย) ก็แค่เรือไม่ใช่เหรอ...
 
ก็แค่เรือ... (ยิ้ม) เรือที่ไม่มีจุดหมาย...ว่ามั้ย
 
(นิ่งไปพัก) ดีล่ะ.... (หยิบก้อนหินเล็กๆสองก้อนหย่อนในเรือแต่ละลำ) เอาไปให้ถึงมหาสมุทรเลยนะ
 
คิดอะไรของเจ้าน่ะ (มองอีกฝ่ายลอยเรือกลับลงไปในแม่น้ำ)
 
ก็จุดหมายไง ตอนนี้เรือของเจ้ากับข้ามีจุดหมายแล้ว
 
เจ้ากับข้า...?
 
ก็...อันนึงของเจ้า อันนึงของข้า ผูกติดกันไว้จะได้ไปด้วยกันไง (ฉีกยิ้ม) ไปด้วยกันทุกที่เลย
 
อ...อ้อ...งั้นเหรอ